ปอมเปโอทัวร์ตะวันออกกลาง รักษานโยบายบีบอิหร่าน

นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เดินสายหลายประเทศในตะวันออกกลางตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความมุ่งมั่นให้พันธมิตรในแถบนี้สานต่อมาตรการกดดันต่ออิหร่านให้ได้มากที่สุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ว่านายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ ว่านโยบายและพันธกิจด้านตะวันออกกลางของรัฐบาลวอชิงตัน “ไม่เคยเปลี่ยนแปลง” โดยมีแต่จะเดินหน้าต่อไป “จนกว่าจะเสร็จสิ้น”

ทั้งนี้ ปอมเปโอเดินสายเยือนกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางหลายแห่งตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเดินหน้านโยบายทั้งหมดที่มีต่ออิหร่าน ให้ฝังรากลึกในระดับที่รัฐบาลวอชิงตันชุดใหม่ของนายโจ ไบเดน “ยากที่จะปรับเปลี่ยน”
 
ในระหว่างการเยือนอิสราเอล ปอมเปโอเชื่อมั่นว่า จะมีประเทศในอาหรับหันมาสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอลมากขึ้น และกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ต่ออิหร่านอีก “ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือนข้างหน้า” เกี่ยวกับประเด็นว่าสหรัฐจะปฏิบัติการทางทหารต่อโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน “ภายในอีกไม่นานนี้” หรือไม่ ปอมเปโอกล่าวว่า สหรัฐ “มีสิทธิ์ดำเนินการทุกอย่าง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของชาวอเมริกัน”  แม้รายงานที่เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส เผยแพร่ก่อนหน้านี้ ระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปลี่ยนใจจากเรื่องนี้ไปแล้ว หลังรับฟังคำอธิบายจากทีมงาน
 
อนึ่ง ปอมเปโอปิดฉากภารกิจการเดินสายเยือนตะวันออกกลางรอบนี้ ด้วยการเข้าเฝ้าฯเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ที่พระมหาราชวัง ในเมืองนีออม เมื่อคืนวันอาทิตย์ อนึ่ง การที่รัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำเนินนโยบาย “แข็งกร้าว” ต่ออิหร่าน เป็นเรื่องที่รัฐบาลริยาดแสดงความพอใจอย่างเปิดเผย
 
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นผลจากชัยชนะในการเลือกตั้งของไบเดน สร้างความกังวลอย่างชัดเจนให้กับซาอุดีอาระเบีย ไม่ว่าจะเป็นว่าที่ผู้นำสหรัฐคนใหม่ประกาศจะกลับเข้าร่วมข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ฉบับปี 2558 ซึ่งตอนนั้นไบเดนเป็นรองประธานาธิบดี แล้วรัฐบาลทรัมป์ถอนตัวเมื่อปี 2561 แล้วใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวต่อรัฐบาลเตหะรานมาตลอด และสงครามในเยเมน ที่ซาอุดีอาระเบียเป็นหัวเรือใหญ่ของฝ่ายอาหรับ ในการสู้รบกับกองกำลังฮูตี และไบเดนมองว่า ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นวงกว้าง

RELATED POST

สื่อดังเผยกลุ่มทุนซาอุฯ ยังไม่หนำใจ จ้องฮุบอินเตอร์ มิลานเพิ่มอีกทีม

กลุ่มทุนเงินหนาจากซาอุฯ ยังไม่หนำใจ แม้จะเพิ่งเซ็นเช็คก้อนโตฮุบทีมดังในอังกฤษไปแล้วก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่าอาจเดินหน้าซื้อทีมงูใหญ่มาอยู่ในเครือด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้กลุ่มทุน Public Investment Fund (PIF) ซึ่งมี มูฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียเป็นประธาน ที่ร่วมวงกับ PCP Capital Partners และ RB…

มันเกิดขึ้นแล้ว “กลุ่มทุนซาอุฯ” เทคโอเวอร์ “นิวคาสเซิล” เรียบร้อย

พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยันว่า กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย เข้ามาเทคโอเวอร์ทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ด้วยเงิน 305 ล้านปอนด์ ก่อนหน้านี้ดีลนี้เคยเกือบเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อเดือนเมษายนปี 2020 แต่สุดท้ายต้องล่มลงไปหลังติดปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เรื่องการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตามการเจรจามีความคืบหน้าในช่วงตลอดสัปดาห์นี้ ก่อนที่ล่าสุดจะมีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเทคโอเวอร์สโมสรนิวคาสเซิล "พรีเมียร์ลีก, สโมสรนิวคาสเซิล…

“แข้งไบรจ์ตัน” วัย 20 ถูกตำรวจจับ ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศสาวที่ไนต์คลับ

สื่อดังเมืองผู้ดีหลายสำนัก เช่น บีบีซี สปอร์ต, เดลี เมล์ รายงานตรงกันว่า นักฟุตบอลรายหนึ่งอายุประมาณ 20 ปี จากสโมสรไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวที่ไนต์คลับริมทะเลแห่งหนึ่งเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ 6 ตุลาคม พร้อมกับชายวัยประมาณ 40 ปีอีกราย…

ตระกูลเกลเซอร์” ขายหุ้นแมนยูฯ อีก 9.5 ล้านหุ้น ทำกำไรอื้อ แต่เงินไม่เข้าสโมสร

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เรื่องการขายหุ้นของสโมสรจำนวน 9,500,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 137.12 ล้านปอนด์ (6,307.52 ล้านบาท) เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ในนามของ เควิน เกลเซอร์ และ เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์…