โลกได้อะไรบ้างจากการประชุมจี7 ที่อังกฤษ

ผู้นำประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติ หรือ “จี7” ประกอบด้วย สหรัฐฯ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น ร่วมการประชุมสุดยอดที่รีสอร์ตชายทะเลคาร์บิส เบย์ ในแคว้นคอร์นวอลล์ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ระหว่างวันที่ 11-12 มิ.ย.

ผู้นำสหรัฐฯเสนอแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับเป็นทางเลือกให้กับโลก นอกเหนือจาก BRI ของจีน
ที่ประชุมเห็นพ้องบริจาควัคซีน 1 พันล้านโดสให้แก่ประเทศยากจน ท่ามกลางการโจมตีว่าทั้งล่าช้าและไม่เพียงพอต่อความต้องการต่อสู้กับโควิด-19 ตามสภาพความเป็นจริงในขณะนี้

ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี ที่ผู้นำโลกได้หารือกันต่อหน้า หลังจากต้องประชุมผ่านทางออนไลน์มาตลอด เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายงานข่าวระบุว่า นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กระตุ้นบรรยากาศการประชุมเรียกร้องความเป็นเอกภาพ สลัดภาพรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีแนวทางโดดเดี่ยวตนเองในสมัยของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ขณะที่การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางโรคระบาดโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ท่ามกลางความคาดหวังเกี่ยวกับการกระจายวัคซีน การผลักดันให้เกิดการค้าเสรีและเป็นธรรม หลังช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกบอบช้ำจากสงครามการค้าและการกีดกันทางการค้า และการแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ซึ่งโลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนด้านสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ

หนุนแผนยุทธศาสตร์ B3W ยัน BRI ของจีน

ในวันที่ 2 ของการประชุม ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เสนอแผน Build Back Better World หรือ B3W ที่แปลตรงตัวได้ว่า “สร้างโลกที่ดีกว่าให้กลับมา” เป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ต่อยอดจาก “Build Back Better” ของประธานาธิบดีไบเดน ที่เน้นส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ สร้างงานสร้างรายได้ในสหรัฐฯ แต่คราวนี้จะกลายเป็นสเกลระดับโลก จุดประสงค์คือส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่ประชาชนมีรายได้น้อยถึงปานกลาง

ผู้นำสหรัฐฯระบุว่า อยากผลักดันให้ B3W เป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับประเทศยากจน นอกเหนือจาก “ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative-BRI) หรือโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ยุทธศาสตร์หลักของจีนในการขยายอิทธิพลบนเวทีโลกผ่านการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมขนส่งกับนานาประเทศ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2556 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยจีนได้สนับสนุนเงินกู้ก้อนโตช่วยสร้างถนน ทางรถไฟ และท่าเรือ ในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา

บรรดาผู้นำจี7 ต่างสนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ของผู้นำสหรัฐฯ โดยแถลงการณ์ของบรรดาผู้นำจี7 ระบุว่า แผนยุทธศาสตร์ B3W จะขับเคลื่อนด้วยค่านิยม มีมาตรฐานสูงและเป็นพันธมิตรที่โปร่งใส ซึ่งที่ผ่านมาผู้นำสหรัฐฯมักจะออกมาตำหนิที่จีนขุดหลุมพรางเหล่ามหามิตรด้วย “การทูตกับดักหนี้” (debt-trap diplomacy) ปล่อยเงินกู้ให้กับประเทศยากจนในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งในที่สุดประเทศยากจนเหล่านี้ก็ไม่สามารถใช้คืนเงินกู้ได้

นายไบเดนบอกว่า แผนนี้ไม่เพียงจะตั้งขึ้นมาเพื่อท้าทายจีน แต่จะทำให้โลกเห็นว่ายังมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าแต่ละชาติจะต้องสนับสนุนเงินทุนคนละเท่าไร และกรอบเวลาที่กำหนดไว้เป็นอย่างไร เพราะหากช้าไปก็จะไม่ทันแล้วกับการแผ่ขยายอำนาจของจีนผ่าน BRI ด้านนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี บอกว่า ทางกลุ่มจี7 ยังไม่ได้เปิดเผยเรื่องเงินทุนสำหรับ B3W ขณะที่ตอนนี้โลกยังมีปัญหาใหญ่เฉพาะหน้าที่ต้องรับมือ นั่นคือการแพร่ระบาดของโควิด-19

บริจาควัคซีนโควิด 1 พันล้านโดส เป็น “หยดน้ำในมหาสมุทร”

นายกรัฐมนตรีจอห์นสันของอังกฤษ บอกว่า เป็นโอกาสดีที่เราจะต้องเรียนรู้บทเรียนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พยายามหาทางป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก และเชื่อมั่นว่าตอนนี้โลกต้องพยายามทำให้เศรษฐกิจที่ทรุดไปในช่วงโควิดฟื้นกลับคืนมาให้ได้

ผู้นำจี7 ยังประกาศว่า จะบริจาควัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แก่ประเทศยากจน จำนวน 1,000 ล้านโดส ซึ่งในเบื้องต้นมีแล้ว 500 ล้านโดสจากสหรัฐฯ และอีก 100 ล้านโดสจากอังกฤษ นอกจากนี้คาดว่าผู้นำแคนาดาจะประกาศเพิ่มให้อีก 100 ล้านโดส ส่วนกรอบเวลาก็จะเป็นช่วงภายในปีนี้ หรือยืดไปจนถึงปีหน้า

กรณีนี้ถูกโจมตีจากกลุ่มรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมทางวัคซีน ว่า จำนวนนี้ยังไงก็ไม่เพียงพอสำหรับความต้องการ และช้าเกินไปมาก ทั้งที่มีประชากรทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 แล้วกว่า 175 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 3.7 ล้านคน

นางแอนนา แมริออตต์ ผู้จัดการด้านนโยบายสุขภาพของมูลนิธิออกซ์แฟมในอังกฤษ ที่มองว่า ถ้าสิ่งที่ดีที่สุดที่ผู้นำจี7 ทำให้กับโลกได้ตอนนี้ คือการบริจาควัคซีนเพียง 1 พันล้านโดสก็นับว่าเป็นการประชุมที่ล้มเหลว เพราะในความเป็นจริงจะต้องบริจาค 11,000 ล้านโดส ถึงจะเพียงพอต่อความต้องการ โดยบอกว่าการบริจาคเพื่อการกุศลไม่สามารถช่วยแก้วิกฤติขาดแคลนวัคซีนได้ สิ่งที่ผู้นำจี7 ควรทำคือ ไปจัดการกับพวกบริษัทยารายใหญ่ให้เลิกผูกขาดวัคซีน และองค์ความรู้วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับวัคซีนโควิด ควรจะถูกแบ่งปันให้โรงงานที่มีมาตรฐานเร่งผลิตออกมาให้กับทั่วโลกอย่างเร่งด่วน

ที่ผ่านมาผู้นำสหรัฐฯและฝรั่งเศสเคยออกมาประกาศสนับสนุนการผ่อนปรนสิทธิบัตรวัคซีนโควิดอย่างชัดเจนแล้ว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า แล้วทำไมเหล่าผู้นำจี7 ไม่เร่งสนับสนุนผลักดันให้แนวคิดริเริ่มไปได้ไกลกว่านี้ เพราะชีวิตของผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาอีกหลายล้านคนไม่อาจรอได้ว่าประเทศร่ำรวยจะใจบุญบริจาควัคซีนให้กี่ล้านโดส

อเล็กซ์ แฮร์ริส ผู้อำนวยการมูลนิธิส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์และสุขภาพในอังกฤษ มองว่า ตอนนี้สิ่งที่โลกต้องการคือ ต้องฉีดวัคซีนให้กับทุกคนอย่างเร่งด่วน ไม่อาจรอปลายปีนี้ หรือปีหน้าได้ เวทีประชุมสุดยอดผู้นำจะต้องแสดงให้โลกเห็นว่า ผู้นำทางการเมืองของพวกเขาตอบสนองต่อความต้องการฉุกเฉินในภาวะวิกฤตินี้อย่างไร

โลกร้อนปัญหาเร่งด่วนที่ยังไร้ข้อสรุป

หนึ่งในวาระสำคัญสำหรับผู้นำจี7 ที่นำมาหารือกันในวันสุดท้ายของการประชุมคือ การแก้ปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เพื่อเป็นแนวทางสู่การประชุมสุดยอดแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม COP26 ของสหประชาชาติ ที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้เข้าถึงพลังงานสะอาด และช่วยประเทศยากจนรับมือกับผลระทบโลกร้อน

นับเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีข้อสรุปชัดเจนเป็นรูปธรรมมากกว่าการพูดปากเปล่า และให้คุ้มค่ากับการนั่งเครื่องบินส่วนตัวมาประชุมกัน

เจ้าภาพการประชุมจี7 ชี้ว่า โลกกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนด้านสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ซึ่งวาระสำคัญคือการกำหนดเป้าหมายปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ และเป้าหมายปกป้องธรรมชาติและมหาสมุทร 30% ภายในปี 2030

ขณะที่ผู้นำจี7 ไม่ได้มีข้อสรุปออกมาว่าจะช่วยเพิ่มเงินสนับสนุนกองทุนโลกร้อนจากที่เคยตกลงว่าจะบริจาคให้ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพื่อช่วยเหลือประเทศยากจนลดการใช้พลังงานคาร์บอน เปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ใช้เทคโนโลยีที่ยั่งยืน และต่อสู้กับโลกร้อน

จอห์น ซอเวน ผู้อำนวยการกรีนพีซอังกฤษ ระบุว่า ประเทศร่ำรวยล้มเหลวในการต่อสู้กับปัญหาโลกร้อนและความเร่งด่วนทางธรรมชาติ โดยการออกมาพูดว่าจะสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่มันจะเรียกได้ว่าดี จนกว่าจะเห็นตัวเลขเงินสนับสนุนและการจัดการอย่างเร่งด่วน.

RELATED POST

สื่อดังเผยกลุ่มทุนซาอุฯ ยังไม่หนำใจ จ้องฮุบอินเตอร์ มิลานเพิ่มอีกทีม

กลุ่มทุนเงินหนาจากซาอุฯ ยังไม่หนำใจ แม้จะเพิ่งเซ็นเช็คก้อนโตฮุบทีมดังในอังกฤษไปแล้วก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่าอาจเดินหน้าซื้อทีมงูใหญ่มาอยู่ในเครือด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้กลุ่มทุน Public Investment Fund (PIF) ซึ่งมี มูฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียเป็นประธาน ที่ร่วมวงกับ PCP Capital Partners และ RB…

มันเกิดขึ้นแล้ว “กลุ่มทุนซาอุฯ” เทคโอเวอร์ “นิวคาสเซิล” เรียบร้อย

พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยันว่า กลุ่มทุนจากซาอุดีอาระเบีย เข้ามาเทคโอเวอร์ทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ด้วยเงิน 305 ล้านปอนด์ ก่อนหน้านี้ดีลนี้เคยเกือบเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อเดือนเมษายนปี 2020 แต่สุดท้ายต้องล่มลงไปหลังติดปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เรื่องการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตามการเจรจามีความคืบหน้าในช่วงตลอดสัปดาห์นี้ ก่อนที่ล่าสุดจะมีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเทคโอเวอร์สโมสรนิวคาสเซิล "พรีเมียร์ลีก, สโมสรนิวคาสเซิล…

“แข้งไบรจ์ตัน” วัย 20 ถูกตำรวจจับ ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศสาวที่ไนต์คลับ

สื่อดังเมืองผู้ดีหลายสำนัก เช่น บีบีซี สปอร์ต, เดลี เมล์ รายงานตรงกันว่า นักฟุตบอลรายหนึ่งอายุประมาณ 20 ปี จากสโมสรไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ถูกตำรวจจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวที่ไนต์คลับริมทะเลแห่งหนึ่งเมื่อช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ 6 ตุลาคม พร้อมกับชายวัยประมาณ 40 ปีอีกราย…

ตระกูลเกลเซอร์” ขายหุ้นแมนยูฯ อีก 9.5 ล้านหุ้น ทำกำไรอื้อ แต่เงินไม่เข้าสโมสร

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เรื่องการขายหุ้นของสโมสรจำนวน 9,500,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 137.12 ล้านปอนด์ (6,307.52 ล้านบาท) เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ในนามของ เควิน เกลเซอร์ และ เอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์…